สวัสดี เหล่านักเดินทาง

โชคชะตาคงจะเข้าข้างเรา เพราะด้วยกระแสเรียกร้องอย่างล้นหลาม ทำให้ในปี 2026 นี้ เรามีการอัปเดตระบบป้องกันการโกงถึงสองครั้งต่อเนื่องกัน  เช่นเคย มนุษย์ที่กำลังนั่งอยู่หน้าเครื่องพิมพ์ดีดเครื่องนี้ (ใต้แสงเทียนและสายฝนที่โปรยปราย) ก็คือ Phillip “mirageofpenguins” Koskinas ผู้เป็นความพยายามครั้งแรกของวิทยาศาสตร์ในการสร้างมนุษย์ที่สามารถเปลี่ยนการแบนให้กลายเป็นพลังงานได้ แต่บทความนี้จะแตกต่างไปจากทุกครั้ง เนื่องจากมันไม่ใช่เรื่องของ “คนใช้โปรแกรมโกง” ในรูปแบบเดิม ๆ  

แต่เราจะมาพูดถึงการต่อสู้ของเรากับปัญหาการปั๊มแรงค์ใน League of Legends และ VALORANT หรือพูดให้ชัดกว่านั้นคือ ระบบตรวจจับที่เรากำลังเร่งติดตั้งให้เรียบร้อย เพื่อช่วยเหลือเหล่าผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ย้ายบัญชีของตัวเองไปอยู่ที่นั่นอย่างถาวร  แม้จะฟังดูเหมือนง่าย แต่สำหรับพวกขี้โกงบางคน การต้องลงแข่งกับผู้เล่นที่มีระดับฝีมือเท่ากันอยู่ตลอดเวลาคงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราเต็มใจอย่างยิ่งที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาด้วยเทคโนโลยี “ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์” ของ Vanguard

ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์ของ Vanguard

ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์ของ Vanguard ถูกเปิดใช้งานแบบส่วนตัวครั้งแรกในเกม League of Legends เมื่อเดือนกันยายน 2025 และถูกนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดย Drew Levin ผู้ทรงเกียรติ ระบบนี้เป็น Classification Layer ที่จะคอยตรวจจับเมื่อพบว่าคะแนนแรงค์ส่วนใหญ่ของบัญชีหนึ่ง ("ผู้ใช้บริการปั๊มแรงค์") ได้รับมาโดยผู้เล่นอีกคนที่มีระดับฝีมือสูงกว่า ("ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์") ซึ่งล็อกอินเข้ามาเล่นแทน และทำผลงานได้โดดเด่นเกินกว่าระดับฝีมือปกติของเจ้าของบัญชีไปอย่างมหาศาล และมักจะเข้าคิวแข่งขันร่วมกับผู้เล่นแรงค์ต่ำกว่าคนอื่นๆ ("สมาชิกปาร์ตี้ปั๊มแรงค์") เพื่อพากันมุ่งหน้าสู่ระดับ Challenger ยกแก๊ง  ภายหลังช่วงการทดสอบเบต้าใน League เป็นเวลาเกือบหนึ่งปี VALORANT เองก็นำระบบดังกล่าวมาใช้ด้วยเช่นกัน โดยเพิ่มประสิทธิภาพเป็นสองเท่า
 

เรามีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะบรรยายถึงความวิปริตผิดมนุษย์ของการก่อการร้ายต่อระบบ Elo ออกมาในรูปแบบ 2 มิติได้ทั้งหมด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นลงแข่งขันในบัญชีที่ไม่ใช่ของตัวเอง นั่นเท่ากับว่าพวกเขากำลังมีส่วนร่วมในการปั๊มแรงค์  รูปภาพด้านบนคือแผนภาพฉบับเข้าใจง่ายสไตล์ Fisher-Price ที่แสดงให้เห็นว่าเหล่าผู้มีส่วนร่วมในวงการนี้ ย้ายสลับไปมาระหว่างบัญชีต่าง ๆ อย่างไรเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่น Ranked ที่ไม่ยุติธรรม  อย่าลืมสั่งพิมพ์ออกมาถือติดตัวไว้ เพราะเราจะเจาะลึกพฤติกรรมเหล่านี้กันอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นเมื่อคุณอ่านบทความนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
เรามีพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะบรรยายถึงความวิปริตผิดมนุษย์ของการก่อการร้ายต่อระบบ Elo ออกมาในรูปแบบ 2 มิติได้ทั้งหมด แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เล่นลงแข่งขันในบัญชีที่ไม่ใช่ของตัวเอง นั่นเท่ากับว่าพวกเขากำลังมีส่วนร่วมในการปั๊มแรงค์ รูปภาพด้านบนคือแผนภาพฉบับเข้าใจง่ายสไตล์ Fisher-Price ที่แสดงให้เห็นว่าเหล่าผู้มีส่วนร่วมในวงการนี้ ย้ายสลับไปมาระหว่างบัญชีต่าง ๆ อย่างไรเพื่อสร้างประสบการณ์การเล่น Ranked ที่ไม่ยุติธรรม อย่าลืมสั่งพิมพ์ออกมาถือติดตัวไว้ เพราะเราจะเจาะลึกพฤติกรรมเหล่านี้กันอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นเมื่อคุณอ่านบทความนี้ต่อไปเรื่อย ๆ


เมื่อผู้เล่นล็อกอินด้วยบัญชีที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของที่แท้จริง พวกเขาจะทำให้อัลกอริทึมการจับคู่แข่งขันของเกมมองไม่เห็นระดับ MMR ที่แท้จริงของพวกเขาเป็นการชั่วคราว และหลุดเข้าไปอยู่ในแมตช์ที่เจอกับคู่แข่งที่มีประสบการณ์น้อยกว่า  แน่นอนว่าการที่ใครสักคนอยากทำแบบนั้นมันมีเหตุผลร้อยแปดพันเก้า (ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีสักเท่าไหร่) แต่ผลลัพธ์สุดท้ายมันช่างเด่นชัดเจนในสายตาของระบบตรวจจับสมัยใหม่: บัญชีหนึ่งหายไปจากสถานที่หนึ่ง แล้วไปโผล่อีกสถานที่หนึ่ง จากนั้นก็เริ่มไล่ตบศัตรูซะเละเทะยับเยิน อารมณ์เหมือนผู้ชายตัวโต ๆ วัย 30 ปี โดดเข้าไปร่วมเล่น T-Ball กับเด็ก ๆ  แน่ล่ะว่าชายคนนั้นอาจจะหวดโฮมรันได้รัว ๆ แต่ถ้าลองตั้งใจฟังดี ๆ คุณจะพบว่าไม่มีคุณแม่คนไหนส่งเสียงเชียร์เลยสักคน... รวมถึงแม่ของเขาเองด้วย 

ดังนั้น เมื่อ Vanguard ตรวจพบว่าบัญชีใดไต่แรงค์มาด้วยวิธีนี้ เราก็จะดำเนินการสองสามอย่าง

  • อย่างแรก คะแนนแรงค์หรือของรางวัลประจำซีซันที่ได้มาจากฝีมือของ “ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์” จะถูกริบคืนทั้งหมด โดยจะปรับแรงค์ของบัญชี “ผู้ใช้บริการปั๊มแรงค์” กลับสู่แรงค์เดิม พร้อมทั้งระงับการใช้งานบัญชีชั่วคราว ซึ่งระยะเวลาการลงโทษจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ทำผิด (ตั้งแต่สามวันไปจนถึงสามศตวรรษ)  

    • หากบัญชีที่กระทำผิดนั้นเป็นบัญชีที่ซื้อมา หรือไม่มีเจ้าของที่แท้จริง (“สเมิร์ฟ”) เราจะทำการแบนถาวรชั่วกัลปาวสานแทน เพราะบัญชีที่ "ถูกลดแรงค์คืน" พวกนี้ไม่มีคุณค่าใด ๆ ต่อระบบการแข่งขันเลยสักนิด 

  • อย่างที่สอง หากพฤติกรรมนี้กลายเป็นนิสัยติดตัวของผู้เล่นที่เป็น “ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์” และหากเราพบว่าผู้ให้บริการปั๊มแรงค์คนนั้นมีบัญชี “หลัก” เราก็จะระงับการใช้งานบัญชีหลักนั้นด้วยระยะเวลาที่นานขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยหวังว่าพวกเขาจะลองพิจารณาหางานอดิเรกอื่นทำแทน เช่น การสะสมกล่องขีดไฟ หรือไม่ก็ไปเต้นซุมบ้า

  • ท้ายที่สุด เหล่า “สมาชิกปาร์ตีัปั๊มแรงค์” ที่กดปาร์ตี้ร่วมกับพวกสเมิร์ฟหรือผู้ให้บริการปั๊มแรงค์เป็นประจำ ก็จะโดนลงโทษแบบเดียวกัน คือถูกริบคะแนนแรงค์ที่ไม่ควรได้รับคืนทั้งหมด แม้จะอ้างว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ตาม (ซึ่งเอาจริง ๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ใคร ๆ ก็ดูออก) เพราะคุณไม่คู่ควรกับเหรียญรางวัล เมื่อนักวิ่งไม้หนึ่งในทีมวิ่งผลัดของคุณคือคนที่ฉีดสารกระตุ้นจนมีปริมาณเลือดสูงกว่าคนปกติถึง 30%

นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เราได้ทำการลงโทษบัญชีไปแล้วมากถึง 296,416 บัญชี จากข้อหาปั๊มแรงค์ ทั้งใน VALORANT และ League of Legends และนี่เรายังไม่ได้เดินหน้าเต็มกำลังด้วยซ้ำ  ในขณะที่เรากำลังอัดประจุแรงดันไฟฟ้าเพื่อให้การยึดคะแนนแรงค์คืนเข้มข้นยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เรามีความตั้งใจที่จะสนับสนุนให้ผู้เล่นทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมอย่างการฝีมือพัฒนาตัวเอง เพื่อใช้เป็นหนทางหลักในการไต่แรงค์ ดังนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนระงับบัญชีก็ง่ายนิดเดียว: เล่น Ranked ด้วยบัญชีของตัวเอง และกดปาร์ตี้ร่วมกับผู้เล่นคนอื่นที่เล่นด้วยบัญชีของตัวเองเท่านั้น

แต่ทำไมล่ะ?

อย่างแรกเลยก็คือ เราไม่อยากให้เวลาที่ผู้เล่นทุกคนทุ่มเทให้กับเกม ต้องสูญเสียคุณค่าในตัวเองไปหรือรู้สึกไร้ความหมาย  สำหรับพวกเราที่ Riot แล้ว เราชอบชาดำรสเข้ม และเราชอบเกมการแข่งขันที่ยุติธรรม  กีฬาที่ดีที่สุดคือการแข่งขันที่น่าดึงดูดใจและละสายตาไม่ได้ ก็เพราะมันมีเส้นชัยที่ท้าทายและยากลำบาก และความเชี่ยวชาญที่คุณต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกาย ก็ไม่ควรถูกด้อยค่าด้วยการเห็นชัยชนะถูกนำมาเสนอขายง่าย ๆ  ในฐานะค่ายเกม โดยทั่วไปแล้วเราย่อมยินดีมากกว่าเมื่อผู้เล่นอยากกดเล่นเกมต่อไปเรื่อย ๆ และวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้พวกเขาทำแบบนั้น ก็คือการทำให้รางวัลที่ได้รับ มันทรงคุณค่าสมเป็นรางวัลจริง ๆ

แต่เหตุผลปิดท้ายที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ ปัญหาเรื่องบัญชีรองมันเริ่มจะล้ำเส้นและเกินรับไหวขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนั่นเอง
 

สังเกตไหมว่ารูปนี้ไม่ได้ใช้คำว่า “อัตราบัญชีสเมิร์ฟ” และนั่นก็เป็นเพราะว่า ไม่ถึง 1 ใน 3 ของบัญชีเหล่านี้ด้วยซ้ำที่จะนับว่าเป็น “สเมิร์ฟ” ได้จริง ๆ ซึ่งเป็นคำที่เราขอสงวนไว้ใช้เรียกเฉพาะผู้ที่มีเจตนาร้ายเท่านั้น เช่น พวกที่แอบเล่นเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแบน หรือพวกที่เข้ามาเพื่อปั๊มแรงค์  เพราะบัญชีส่วนใหญ่ในนี้เป็นแค่ “บัญชีรอง” ทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งมีระดับ MMR ใกล้เคียงกับ “บัญชีหลัก” ของเจ้าของเอง
สังเกตไหมว่ารูปนี้ไม่ได้ใช้คำว่า “อัตราบัญชีสเมิร์ฟ” และนั่นก็เป็นเพราะว่า ไม่ถึง 1 ใน 3 ของบัญชีเหล่านี้ด้วยซ้ำที่จะนับว่าเป็น “สเมิร์ฟ” ได้จริง ๆ ซึ่งเป็นคำที่เราขอสงวนไว้ใช้เรียกเฉพาะผู้ที่มีเจตนาร้ายเท่านั้น เช่น พวกที่แอบเล่นเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนแบน หรือพวกที่เข้ามาเพื่อปั๊มแรงค์ เพราะบัญชีส่วนใหญ่ในนี้เป็นแค่ “บัญชีรอง” ทั่วไปที่ไม่ได้มีปัญหาอะไร ซึ่งมีระดับ MMR ใกล้เคียงกับ “บัญชีหลัก” ของเจ้าของเอง


กราฟด้านบนจะแสดงเปอร์เซ็นต์ของบัญชีที่เข้าเล่น Ranked รายวัน ใน League of Legends หรือ VALORANT ซึ่งผู้เล่นที่ใช้บัญชีอยู่นั้น ในทางเทคนิคแล้วไม่ได้กำลังเล่นอยู่ใน “บัญชีหลัก” ของตัวเอง และใช่แล้ว คุณอ่านตัวเลขไม่ผิดหรอก: มีประมาณ ~9% ของบัญชีที่เข้าเล่น Ranked รายวัน ที่ถือได้ว่าเป็นบัญชีรอง ซึ่งตัวเลขนี้จะนับรวมบัญชีที่มีการแชร์กันเล่น หรือบัญชีที่ถูกผู้เล่นคนอื่นขโมยไปเล่นในวันนั้น ๆ ด้วยเช่นกัน  และเมื่อดูตามคำอธิบายประกอบ คุณจะเห็นวันสำคัญหลัก ๆ อยู่สองสามวัน: (1) วันที่เริ่มใช้ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์ในแต่ละเกม และ (2) วันที่ VALORANT เริ่มบังคับใช้ข้อกำหนด Ranked MFA สำหรับบัญชีที่ผู้เล่นไม่ได้เป็นเจ้าของ หรือบัญชีที่มีการแชร์กันเล่น  

อย่างไรก็ตาม ก่อนการเปิดตัวระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์ อัตราส่วนของบัญชีรองก็ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะการสเมิร์ฟมันคือการแข่งกันเดินถอยหลังลงคลองดี ๆ นี่เอง  ในเมื่อแมตช์การแข่งขันเริ่มรู้สึกสมดุลน้อยลงและไม่ยุติธรรมมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เล่นจำนวนมากจึงถูกผลักดันให้ไปซื้อบัญชีรองหรือใช้บริการปั๊มแรงค์ เพื่อหวังจะเอาคืนให้เท่าเทียมกัน จนส่งผลให้เกิดแนวโน้มที่นักสถิติเรียกว่า “Bad Line”  แต่เนื่องจากมันจะส่งผลดีต่อทั้งระบบจับคู่แข่งขันและผู้เล่นหน้าใหม่มากกว่า หากทุกคนยอมกลับมาเล่นในบัญชีหลักของตัวเอง ความชันของเส้นแนวโน้มนี้จึงเป็นสิ่งที่เราต้องการนำไปคูณด้วย -1 (หรือจะให้ดีก็คูณ -2 ไปเลย ถ้าเทคโนโลยีมันเอื้ออำนวย)

ก็แค่แบนทิ้งไปให้หมดสิ

เอาล่ะ ผมชอบความฮึกเหิมและความมุ่งมั่นนี้นะ แต่ความจริงก็คือ บัญชีรองไม่ได้เลวร้ายไปเสียหมดทุกบัญชี  กว่า 50% แทบไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครเลยด้วยซ้ำ และการหลับหูหลับตาลบทิ้งทั้งหมด ก็คงจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเกมเท่าไหร่ (หรือต่อจำนวนคิวร้องเรียนปัญหาของฝ่ายสนับสนุนผู้เล่น)
 

และนี่คือสัดส่วนจำแนกรายเดือนของ 9% ของบัญชีที่ถูกพิจารณาว่าเป็น “บัญชีรอง” ซึ่งในปัจจุบัน บัญชีส่วนใหญ่ถูกสร้าง ครอบครอง และเล่นโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว โดยที่เราไม่ได้ตรวจพบเจตนาร้ายแต่อย่างใด  บัญชีเหล่านี้คือ “บัญชีรอง” ที่ไม่มีพิษภัย และผู้เล่นกว่า ~70% ต่างก็มีบัญชีประเภทนี้อย่างน้อยหนึ่งบัญชี แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ล็อกอินเข้ามาเล่นทุกเดือนก็ตาม
และนี่คือสัดส่วนจำแนกรายเดือนของ 9% ของบัญชีที่ถูกพิจารณาว่าเป็น “บัญชีรอง” ซึ่งในปัจจุบัน บัญชีส่วนใหญ่ถูกสร้าง ครอบครอง และเล่นโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว โดยที่เราไม่ได้ตรวจพบเจตนาร้ายแต่อย่างใด บัญชีเหล่านี้คือ “บัญชีรอง” ที่ไม่มีพิษภัย และผู้เล่นกว่า ~70% ต่างก็มีบัญชีประเภทนี้อย่างน้อยหนึ่งบัญชี แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ล็อกอินเข้ามาเล่นทุกเดือนก็ตาม


จากตรงนี้ คุณจะได้เห็นการกระจายตัวของบัญชีรองในรูปแบบต่าง ๆ ตามช่วงเวลา และสิ่งที่เราหวังว่าคุณจะเข้าใจอย่างชัดเจนขึ้นจากภาพนี้ก็คือ ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์จงใจที่จะไม่แตะต้อง “บัญชีรอง” ทั่วไปที่ไม่ได้มีการแชร์กันเล่น (สีเหลือง)  แต่เราจะมุ่งเป้าไปที่บัญชีที่มีการซื้อขาย (“สเมิร์ฟ” สีแดง) หรือบัญชีที่มีการแชร์กันเล่น (“ผู้ใช้บริการปั๊มแรงค์” สีส้ม) ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่ใช้ในการขโมยคะแนนแรงค์   และมันก็มีเหตุผลดี ๆ หลายประการรองรับว่าทำไมเราถึงทำแบบนั้น

บัญชีรองที่ไม่มีพิษภัย

โดยส่วนตัวแล้ว เช่นเดียวกับเหล่านักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตหลาย ๆ ท่าน ตัวผมเองเป็นพวกลัทธิบัญชีเดียวตัวจริง  ผมเชื่อมั่นว่าประสบการณ์การแข่งขันที่ดีที่สุด เกิดขึ้นมาจากทัวร์นาเมนต์ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนยืนอยู่บนจุดที่เท่าเทียมกัน มีตัวตนเพียงหนึ่งเดียวที่เราจะได้ร่วมส่งเสียงเชียร์ ในลีคการแข่งขันที่พวกเขาแลกมาด้วยฝีมือของตัวเองจริง ๆ  ไม่ว่าคุณจะมองจากมุมไหนก็ตาม เมื่อไหร่ที่ผู้เล่นกระโดดข้ามไปเล่นในบัญชีรอง นั่นเท่ากับว่าพวกเขากำลังทำให้เดิมพันการแข่งขันนั้นลดต่ำลง

“พวก หยุดซ่อนยศตัวเองเพื่อไปไล่ตบไก่ได้แล้ว มันน่าอายนะรู้ไหม”

- โซเครตีส, 449 BCE

ดังนั้น สิ่งที่ทำให้ปัญหานี้แก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก ก็คือการที่ผู้เล่นไม่ได้สร้างทุก ๆ บัญชีรองขึ้นมาโดยมีเจตนาเพื่อหลบเลี่ยงระบบจับคู่แข่งขัน หรือหลีกเลี่ยงการโดนแบน และแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วพวกเราจะยังคงอยากให้ทุกคนกลับมาเล่นบัญชีหลักเพียงบัญชีเดียวก็ตาม แต่การไล่ลงโทษเหมารวมไปหมดก็ไม่สามารถให้ในสิ่งที่ผู้เล่นเหล่านี้ต้องการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  • การฝึกซ้อมกลยุทธ์ใหม่ ๆ หรือลองเล่นแชมเปี้ยน/เอเจนท์คนใหม่ในสภาพแวดล้อมการแข่งขันจริง

  • การรักษาสถิติส่วนตัวในแรงค์ของบัญชีหลักเอาไว้ โดยที่ยังได้มีโอกาสซ้อมมือลงแข่งในระดับฝีมือที่สูสีกันผ่านอีกบัญชีหนึ่ง

  • บัญชี “ทีม” สำหรับฝึกซ้อมทีมห้าคนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

  • การปกปิดตัวตน โดยเฉพาะสำหรับบุคคลสาธารณะที่มักตกเป็นเป้าหมายของการก่อกวนในเกม

  • บัญชี “เก่งท่าเดียว” ซึ่งเน้นตั้งใจเล่นกลยุทธ์เดียวหรือตำแหน่งเดียวเป็นพิเศษอย่างจริงจัง (เสียงในหัวที่สั่งให้เล่น AP Graves)

  • การไต่ขึ้นแรงค์สูง ๆ เป็นรอบที่สอง ซึ่งฟังดูบ้าบอมากสำหรับใครก็ตามที่เคยลงเล่นโหมด Ranked แม้แต่ครั้งเดียว

  • การสวมรอยใช้ชีวิตสองหน้า โดยการดัดเสียงพูดไมค์เป็นสำเนียงอังกฤษปลอม ๆ แบบโคตรตั้งใจ แล้วใช้ชื่อในเกมว่า “Barnaby”

ดังนั้น หากคุณเป็นคนสร้างบัญชีนั้นขึ้นมาเองกับมือ เก็บเลเวลด้วยตัวเอง และไม่เคยแชร์มันกับใคร เราจะถือว่าบัญชีนั้นเป็น “บัญชีรอง” ที่สะอาด  ปล่อยเลี้ยงตามธรรมชาติ และปลอด GMO  ตราบใดที่คุณไม่ได้ใช้บัญชีรองในทางที่ผิด ด้วยการทำตัวเป็นรถบัสขนผู้เล่นคนอื่นขึ้นไปปั๊มแรงค์สูง ๆ (“สมาชิกปาร์ตี้ปั๊มแรงค์”) มันก็ถือเป็นหน้าที่ของตัวเกมเองที่จะต้องประเมินฝีมือของคุณอย่างแม่นยำ  หลักการง่าย ๆ ก็คือ จงไต่แรงค์บัญชีรองของคุณขึ้นไปให้สูงพอก่อนที่จะเริ่มเข้าคิวเล่นกับเพื่อน ๆ มิเช่นนั้น คะแนนแรงค์ที่เพื่อนคุณไม่สมควรได้รับก็อาจถูกริบคืนได้

เหล่าสเมิร์ฟผู้ชั่วร้าย

เหตุผลที่เหลือในการใช้งานบัญชีรองนั้น พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าไม่บริสุทธิ์อย่างแน่นอน และเราขอประกาศเปิดฤดูกาลล่าหัวบัญชีสเมิร์ฟที่มีการซื้อขาย หรือบัญชีที่มีการแชร์กันเล่นอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาใช้เพื่อการปั๊มแรงค์  วิธีหลักที่ใช้ในการขโมยคะแนนแรงค์ก็คือการแชร์บัญชี ไม่ว่าจะเป็นการแชร์โดยตรงกับผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ หรือทางอ้อมในฐานะสมาชิกปาร์ตี้ปั๊มแรงค์ เพราะการเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่องของบัญชีแรงค์ต่ำ คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เหล่าผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ต้องการ 

แม้ว่าใจจริงเราจะอยากแบนบุคคลเหล่านี้จนถึงระดับดวงวิญญาณ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เช่นเดียวกับพวกใช้โปรแกรมโกงเพื่อนเก่าของเรานั่นแหละ เหล่าผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ได้ก้าวข้ามและเลิกสนใจที่จะเล่นแบบยุติธรรมไปนานแล้ว และเอาจริง ๆ พวกนี้หลายคนพร้อมจะเปิดโปรแกรมโกงบนบัญชีของลูกค้าด้วยซ้ำ ถ้ามันไม่ติดตรงที่จะทำให้บัญชีของลูกค้าโดนแบนจนส่งผลให้ถูกดึงเงินคืนผ่าน PayPal  ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์บางคนไม่มีแม้กระทั่ง “บัญชีหลัก” ให้เราแบนด้วยซ้ำ เพราะพวกเขาเล่นเกมด้วยบัญชีที่ไม่ใช่ของตัวเอง โดยใช้ฮาร์ดแวร์ที่พร้อมจะยกเครื่องเปลี่ยนใหม่ตลอดเวลา (ไม่ต่างจากพวกใช้โปรแกรมโกงเลย)
 

นี่คือจำนวนครั้งของการปั๊มแรงค์ย้อนหลัง 365 วันที่ถูกตรวจพบและทำการริบคะแนนคืน โดยจำแนกตามแรงค์สูงสุดที่ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ทำได้สำเร็จ  เกร็ดความรู้: ยอดที่พุ่งสูงอย่างเห็นได้ชัดของ LoL ตรงยศ Gold นั้น เกิดจากผลลัพธ์อันน่าทึ่งของโครมาสกิน Victorious เฉพาะแรงค์ ซึ่งเริ่มแจกที่แรงค์นั้น  แน่นอนว่าเราจะเอาโครมาพวกนี้ไปวางขายในร้านค้าเลยก็ได้ แต่ผลวิเคราะห์การตลาดดันสรุปออกมาว่า คงไม่มีใครอยากจ่ายเงินซื้อถ้วยรางวัลทองคำที่สลักข้อความว่า “ผู้ซื้อโครมาอันดับ 1” หรอกจริงไหม
นี่คือจำนวนครั้งของการปั๊มแรงค์ย้อนหลัง 365 วันที่ถูกตรวจพบและทำการริบคะแนนคืน โดยจำแนกตามแรงค์สูงสุดที่ผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ทำได้สำเร็จ เกร็ดความรู้: ยอดที่พุ่งสูงอย่างเห็นได้ชัดของ LoL ตรงยศ Gold นั้น เกิดจากผลลัพธ์อันน่าทึ่งของโครมาสกิน Victorious เฉพาะแรงค์ ซึ่งเริ่มแจกที่แรงค์นั้น แน่นอนว่าเราจะเอาโครมาพวกนี้ไปวางขายในร้านค้าเลยก็ได้ แต่ผลวิเคราะห์การตลาดดันสรุปออกมาว่า คงไม่มีใครอยากจ่ายเงินซื้อถ้วยรางวัลทองคำที่สลักข้อความว่า “ผู้ซื้อโครมาอันดับ 1” หรอกจริงไหม


ในท้ายที่สุดแล้ว เราจำเป็นต้องให้ตัวบัญชีนั้น ๆ เป็นฝ่ายรับผิดชอบต่อทุกการกระทำที่เกิดขึ้นบนบัญชีดังกล่าว ดังนั้น เพื่อป้องกันข้อสงสัยหรือความเข้าใจผิด ด้านล่างนี้คือรายการตัวอย่างพฤติกรรมซึ่งยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด ที่จะส่งผลให้บัญชีของคุณโดนแบน และถูกริบคะแนนแรงค์คืน

  • แชร์บัญชีของคุณกับผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ เพื่อให้พวกเขาเข้ามาไต่แรงค์ให้คุณ 

  • จ่ายเงินจ้างผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ ให้ใช้บัญชีสเมิร์ฟมาเข้าคิวเล่นร่วมกับคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะเล่นบนบัญชีหลักของคุณเองก็ตาม 

  • เอาบัญชีแรงค์ต่ำไปให้เพื่อนที่แรงค์สูงกว่าใช้ เพื่อมาเข้าคิวเล่นร่วมกับคุณ

  • ซื้อหรือยืมบัญชีแรงค์ต่ำมาใช้ในการบันทึกช็อตโชว์เทพ เพื่อเอาไปลงโซเชียลมีเดีย

  • จงใจแพ้เพื่อลดแรงค์บัญชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณนำบัญชีนั้นไปใช้ปั๊มแรงค์ให้ผู้เล่นคนอื่นต่ออีกที

  • หลีกเลี่ยงโทษแบนแชทในบัญชีหลัก ด้วยการไปซื้อบัญชีใหม่มาเล่น ทั้ง ๆ ที่แค่เดินออกไปสูดอากาศข้างนอกก็ไม่ต้องเสียเงินแล้ว

  • ช่วยเพื่อนไต่แรงค์โดยการใช้บัญชีที่คุณไม่ได้เป็นเจ้าของ กดเข้าคิวเล่นกับพวกเขา

  • ลงแข่งแบบปาร์ตี้ 5 คน ร่วมกับสเมิร์ฟอีกสี่คน ในขณะที่คุณเองก็กำลังสเมิร์ฟอยู่ด้วย พร้อมโฆษณาบริการขายบัญชีผ่านช่องแชทรวม

เอาล่ะ ผมเข้าใจดี  พฤติกรรมเหล่านี้บางข้อ โดยเฉพาะข้อสุดท้ายนั่นน่ะ มันตัดใจหลีกเลี่ยงได้ยากจริง ๆ  แต่ถึงอย่างนั้น ต้องขอบคุณกลไกมือที่มองไม่เห็นตามหลักเศรษฐศาสตร์จุลภาค ที่ทำให้เรารู้ว่าการเพิ่มความยากลำบากในการเปิดให้บริการปั๊มแรงค์และสเมิร์ฟ จะช่วยลดอุปสงคฺของฝั่งลูกค้าให้ต่ำลงได้ ซึ่งจะไปลดความคุ้มค่าในการทำเป็นธุรกิจ และช่วยยกระดับคุณภาพของแมตช์การแข่งขันให้ดีขึ้นได้ในระยะยาว  เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่บัญชีรองมีต้นทุนแพงขึ้น เวลาที่คุณทุ่มเทให้กับบัญชีหลักของคุณเองก็จะยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นตามไปด้วย  ซ.ต.พ.

เพื่อความชัดเจน คุณสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงโทษเฉพาะของแต่ละเกมได้ที่ด้านล่างนี้:

คุณภาพของแมตช์

กราฟสุดท้ายของเราในค่ำคืนนี้จะเป็นกราฟที่น่าสนใจที่สุด และคุณต้องขอบคุณช่วงเวลาแปดสัปดาห์สมัยวัยรุ่น ที่ผมยอมทุ่มเทไปเข้าค่ายคณิตศาสตร์จนได้มันออกมา  เส้นกราฟด้านล่างซึ่งพล็อตอยู่บนแกน Y ฝั่งซ้าย คือค่าเฉลี่ยของจำนวนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ที่ผู้เล่นแต่ละคนอยู่ห่างจากค่า MMR ของบัญชีที่สูงที่สุดของพวกเขาในขณะที่มีการแข่งขันแต่ละแมตช์  ดังนั้น ถ้าผู้เล่นคนใดก็ตามกำลังเล่นด้วยบัญชีที่แรงค์สูงสุดของพวกเขา (หรือบัญชีอื่นที่แรงค์ใกล้เคียงกัน) ค่าคะแนนที่นำมาคิดตรงนี้ก็จะมีค่าเป็นศูนย์ (หรือใกล้เคียงศูนย์) โดยประมาณ  ผมยอมรับนะว่า แค่กลับมาอ่านคำอธิบายตรงนี้ซ้ำอีกรอบก็ยังเข้าใจยากเลย เอาเป็นว่าเรามามองเส้นสีแดงกับสีน้ำเงินพวกนี้ ในฐานะตัวประเมินแบบคร่าว ๆ ของความยุติธรรมในแมตช์การแข่งขันกันดีกว่า
 

คำอธิบายภาพ: เหล่าผู้ที่ได้ร่ำเรียนเพลงดาบ (แห่งสถิติ) คงจะมองออกทันทีว่าสิ่งที่ผมทำตรงนี้คือการยำใหญ่ใส่สารพัดจน Z-score เละเทะไม่เหลือชิ้นดี แต่พวกคุณจะทำอะไรผมได้ล่ะ?  จะแฉผมเหรอ?  เชิญเลย  ขนาด Sir Ronald Fisher ยังเอาผมไม่อยู่เลย ไม่ว่าจะที่ระดับนัยสำคัญไหนก็ตาม
คำอธิบายภาพ: เหล่าผู้ที่ได้ร่ำเรียนเพลงดาบ (แห่งสถิติ) คงจะมองออกทันทีว่าสิ่งที่ผมทำตรงนี้คือการยำใหญ่ใส่สารพัดจน Z-score เละเทะไม่เหลือชิ้นดี แต่พวกคุณจะทำอะไรผมได้ล่ะ? จะแฉผมเหรอ? เชิญเลย ขนาด Sir Ronald Fisher ยังเอาผมไม่อยู่เลย ไม่ว่าจะที่ระดับนัยสำคัญไหนก็ตาม


และแท่งกราฟที่พล็อตอยู่บนแกนขวานั้น ก็คือความยุติธรรมอันรุ่งโรจน์และไร้การประนีประนอม ที่นำมาแสดงผลในรูปแบบ 2 มิติตรงนี้ โดยอิงตามพฤติกรรมที่บัญชีผู้กระทำผิดได้ก่อไว้ก่อนที่จะโดนแบน  ดังนั้นข่าวดีก็คือ ระบบต่อต้านการปั๊มแรงค์มันได้ผลจริง ๆ  พวกเราสามารถแก้ไขแนวโน้มที่เคยน่าเป็นห่วงให้กลับมาดีขึ้นได้สำเร็จ และถึงแม้เหล่าผู้ให้บริการปั๊มแรงค์คงยังไม่ยอมถอดใจง่าย ๆ แต่อย่างน้อยที่สุด ขนาดของตลาดที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้ก็กำลังหดตัวลงเรื่อย ๆ  

แต่ข่าวที่อาจไม่น่าฟังเท่าไหร่ ก็คือการพึ่งพาแค่โทษแบนเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถพาเราไปถึงจุดที่ทุกแมตช์จะมีความยุติธรรมอย่างสมบูรณ์แบบตามที่เราต้องการได้ และในโลกแห่งความจริงที่เราสามารถสร้างบัญชีใหม่ขึ้นมาได้ง่าย ๆ แค่เพียงปลายนิ้วคลิก การรอให้เกิดเรื่องแล้วค่อยตามแก้แบบตั้งรับเพียงอย่างเดียวนั้น มันไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว

อนาคต

เพื่อป้องกันไม่ให้โลกอินเทอร์เน็ตค่อย ๆ ดิ่งลงเหวกลายเป็นโลกอิสระที่ไร้การควบคุมของพวก LLM แบบวนลูป ศูนย์กลางความน่าเชื่อถือในฐานะคอมมูนิตี้จึงต้องได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น  และการที่จะทำให้เกมการแข่งขันยังคงความยุติธรรมในการแข่งขันเอาไว้ได้ รวมถึงทำให้พื้นที่ของมนุษย์ยังคงความเป็นมนุษย์เอาไว้นั้น เราจำเป็นต้องยกระดับการยืนยัน 'หลักฐานการมีชีวิต' เชิงรุกบนอุปกรณ์ปลายทางที่เชื่อมต่อเข้ามายังเซิร์ฟเวอร์ของเรา  หรือถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เราจำเป็นต้องรู้ว่า ตัวเกมไคลเอนต์ของเรากำลังรันอยู่บนฮาร์ดแวร์จริง ๆ ที่ถูกควบคุมโดยมนุษย์ตัวเป็น ๆ และเชื่อมต่อเข้ากับเซลล์สมองที่มีชีวิตจริงๆ (ซึ่งข้อสุดท้ายนี้ผมเพิ่มไว้เป็นมาตรการความปลอดภัย)

ท้ายที่สุดแล้ว นั่นหมายความว่าคุณจะได้เห็นการนำข้อจำกัดอย่าง MFA หรือข้อกำหนดฮาร์ดแวร์ TPM 2.0 มาบังคับใช้เร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็หมายถึงจำนวนบอทที่ลดน้อยลง ระบบจับคู่แข่งที่ดีขึ้น และบทลงโทษที่มีผลยาวนานยิ่งขึ้น  การใช้ระบบยืนยันความถูกต้องฮาร์ดแวร์ของ Vanguard จะช่วยให้เราสามารถรักษาขั้นตอนการสมัครบัญชีที่ค่อนข้างสะดวกเอาไว้ได้ โดยไม่ต้องยอมแลกกับคุณภาพของแมตช์การแข่งขัน หรือพาตัวเองไปเสี่ยงเปิดช่องให้พวกคนโกงกลับเข้ามาเพ่นพ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า  โปรดติดตามข่าวสารเพิ่มเติมว่าข้อกำหนดเหล่านี้ จะจำเป็นต้องเริ่มใช้งานเมื่อไหร่และในระดับแรงค์ไหน แต่ถ้าคุณอยากจะเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนใคร ก็สามารถเข้าไปลองใช้งานระบบ Vanguard Pre-Check ได้ตั้งแต่ตอนนี้เลย

ปิดท้าย

เอาล่ะ ในที่สุดก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ดังนั้นสำหรับตอนนี้คงต้องขอตัวไว้เท่านี้  ในยุคสมัยที่คำพูดมีความหมายลดน้อยลง การที่คุณสละเวลามาอ่านผ่าน ๆ ตรงนี้ มีความหมายสำหรับพวกเราอย่างมากจริง ๆ  โปรดอย่าลืมว่าการเล่นอย่างยุติธรรม คือรูปแบบการเล่นที่ดีที่สุด และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเอาเปรียบคอมมูนิตี้ของคุณ มันก็มีค่าเท่ากับคุณกำลังเอาเปรียบตัวเอง  แต่ถ้าเตือนแล้วไม่ได้ผล แล้วคุณดันโดนแบนเพราะไปใช้บริการปั๊มแรงค์ขึ้นมาจริง ๆ ล่ะก็ อย่าลืมไปแจ้งดึงเงินคืนจากพวกผู้ให้บริการปั๊มแรงค์ด้วยล่ะ ในข้อหาไม่ได้บริการตามที่ตกลงไว้ นี่แหละนะ กลไกตลาดเสรี

ขอบคุณนะ